รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

มือกีต้าร์ที่เคยติดใจกับ มัลติเอฟเฟค mooer ge100 กันมาแล้ว วันนี้พี่เต่ามีมัลติเอฟเฟคที่อัพเกรดขึ้นมาจาก ge100 มานำเสนอ นั้นคือ Mooer Ge200 มัลติเอฟเฟคที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นต่างๆมากมาย รวมถึงเอฟเฟคและแอมป์ต่างๆที่ให้ความสมจริงมากขึ้น มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ใครที่สนใจห้ามพลาดเด็ดขาด


Moore Ge200

9,500.00
Moore Ge200
91.666666666667

เสียง

9/10

    ความคุ้มค่า

    10/10

      คุณภาพงานประกอบ

      9/10

        จุดเด่น

        • มี Preamp คุณภาพสูงให้เลือกมากถึง 55 แบบ
        • คุณภาพเสียงดี
        • มีฟังก์ชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานมากมาย
        • ใช้งานง่าย

        ของแถม

        • อะแดปเตอร์ 9 โวลท์
        • สาย USB 1 เส้น
        • ประกันวงจร 1 ปี (ประกันศูนย์)
        • ค่าจัดส่ง ฟรี!!

        เอฟเฟค Mooer Ge200 ตัวนี้มีความพิเศษมากมายที่ทิ้งห่างรุ่นเดิมอย่าง Ge100 ไปไกลพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นอย่างการจำลองเสียงแอมป์มีมากถึง 55 เสียง และ cabinet ให้เลือกอีกมากมาย และฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น ในส่วนฟังก์ชั่นต่างๆนั้นจะมีอะไรบ้าง เราจะไปรีวิวกันอย่างเจาะลึก ทุกซอกทุกมุม พร้อมๆกันเลย

        รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

        รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

        จากรูปร่างภายนอกที่เราเห็นนั้น Ge200 ตัวนี้ ยังคงมีหน้าตาที่เรียบง่าย ปุ่มปรับไม่มากเท่าไร แต่ภายใต้ความเรียบง่ายนี้มันอัดแน่นไปด้วยความสามารถ เรามาทำความเข้าใจกับฟังก์ชั่นพื้นฐานกันก่อน Mooer Ge200 ตัวนี้มีพรีเซ็ตทั้งหมด 200 พรีเซ็ต มีหน้าจอขนาดใหญ่ มีไฟแสดงผลมองเห็นได้ชัดเจน  1 master volume , 1 value , 3 ฟุตสวิตซ์ , 1 expression pedal และปุ่มต่างๆอีกมากมายที่เอาไว้ควบคุมเอฟเฟคและฟังก์ชั่นต่างๆ เราจะไปรีิวิวกันที่ละปุ่มเลย

        Master Volume ปุ่มนี้จะเป็นปุ่มวอลลุ่มที่จะควบคุมความดังเบาทั้งหมดของเอฟเฟค ในกรณีทีเราตั้งความดังแต่ละพรีเซ็ตไว้บาลานซ์แล้ว แต่เมือไปเล่นบนสเตจแล้วเสียงวอลลุ่มเบา เราสามารถปรับที่มาสเตอร์วอลลุ่มเพื่อเพิ่มระดับความดัง output ทั้งหมดของเอฟเฟคได้

        Value ปุ่มโวลุ่มอีกปุ่มที่สามารถ หมุน และ กดได้ ปุ่มนี้เป็นปุ่มที่เอาไว้กดเลือกและหมุนปรับค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเลือกเอฟเฟค แอมป์ ต่างๆหรือปรับค่าอื่นๆได้อีกด้วย

        Foot switch Down-Up ฟุตสวิตซ์ทั้่ง 2 ตัว ที่นี้จะเอาไว้ควบคุมการเลื่อนขึ้นระหว่างพรีเซ็ต

        Foot switch Ctrl/Tap ปุ่มนี้เป็นปุ่มสำคัญที่ช่วยให้การใช้งานกว้างขึ้น เป็นทั้งปุ่มเปิด-ปิดเอฟเฟค เลื่อนพรีเซ็ต และ tap delay

        เอฟเฟคที่ Mooer Ge200 ที่ให้มานั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็น distortion overdrive amp cab และโมดูเลชั่นอื่นๆ โดยจะมีปุ่มควบคุมแยกกันและมีไฟแสดงผลอย่างชัดเจนว่าเรากำลังใช้เอฟเฟคอะไรอยู่ซึ่งจะคล้ายกับ ge100 การเลือกและปรับเอฟเฟคนั้นจะใช้ปุ่ม Value เป็นตัวควบคุม เอฟเฟคต่างๆมีตามนี้เลย

        เอฟเฟค (Effect)

        รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

        FX/Comp : ปุ่มนี้จะเป็นเอฟเฟคคอมเพรสเซอร์และเอฟเฟค Wah ชนิดต่างๆ

        DS/OD : ปุ่นนี้จะเป็นเอฟเฟคเสียงแตกทั้่ง distortion และ overdrive โดยจะมีการจำลองเสียงแตกแบบเอฟเฟคก้อนมากถึง 20 ก้อน แต่ละก้อนเป็นเอฟเฟคที่มีชื่อเสียงและนิยมใช้กันมากมาย เช่น Ibanez 808 , Proco Rat , Big Muff , Metal Zone หรือแม้แต่เอฟเฟคที่เป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่าง Klon Centaur ตัวนี้ก็มีมาให้ด้วยเช่นกัน

        รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

        Amp : จุดเด่นของเอฟเฟคตัวนี้อยู่ที่การจำลอง preamp ต่างๆที่มาให้มากถึง 55 เสียง ไม่ว่าจะเป็นในซีรี่ย์ของ Moore Micro Preamp เอง และปรีแอมป์ยอดนิยมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Fender Twin Reverb , Engl , Masa Boogie , Fender EVH , Vox Ac30 , JCM 900 และอื่นๆอีกมากมาย และมีอีก 10 empty ที่สามารถให้เราดาวน์โหลด IR เข้ามาเพิ่มได้ หรือสร้างซาวด์ใหม่ๆขึ้นมาตามที่เราต้องการได้ในโปรแกรมของ Mooer

        รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

         

        Cab : ตัวนี้จะการจำลอง Cabinet หรือดอกลำโพงที่มาให้เลือกมาถึง 26 แบบ และจุดเด่นอีกอย่างคือมีการจำลองไมค์สำหรับจ่อหน้าตู้มาให้ถึง 10 แบบ และยังสามารถปรับตำแหน่งในการจ่อได้อีก ว่าเราต้องการให้ไมค์อยู่ กลาง ขวา ซ้าย ของดอกลำโพง หรือ จะให้ไมค์อยู่ใกล้หรือห่างดอกลำโพงมากแค่ไหน

        NS : เอฟเฟคนี้จะเป็น Noise Gate ที่จะตัดสัญญาณรบกวนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการจี่ของปิ๊กอัพ หรือที่เกิดจากการปรับ Gain เยอะ ความพิเศษของ noise gate ตัวนี้คือแม้เราจะเปิด noise gate มากก็ไม่ทำให้เนื้อเสียงเปลี่ยน เสียงไม่อับ ซัสเทนยังอยู่ คือว่าเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของเอฟเฟคตัวนี้เลย

        EQ : เอฟเฟคตัวนี้จะเป็น EQ ที่มีให้เราปรับมากมาย เพื่อเพิ่มความละเอียดของเสียงมากขึ้นไปอีก

        MOD : เอฟเฟค โมดูเลชั่น ที่เอฟเฟคตัวนี้ให้มาก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็น Chours , Tremolo , Flanger , Phaser และโมดูเลชั่นแปลกๆอีกมากมาย เพิ่มมิติให้เสียงได้มากเลย

        Delay : ดีเลย์ตัวนี้มีให้เลือกใช้มากมายทั้ง Analog , Digital , Ping-Pong , Reverse และมี Dual Delay ที่สามารถต่อเป็นสเตอริโอได้ด้วย

        Reverb : เอฟเฟครีเวิร์บตัวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้ง Hall , Room , Spring , Plate สามารถเลือกปรับค่าได้ตามใจชอบเลย

        Rhythm : ฟังก์ชั่นนี้เป็นการจำลองเสียงกลองในสัดส่วนต่างๆ รวมถึงแนวเพลงที่มีมาให้ถึง 20 แนว และเลือกได้ว่าจะเป็นเสียงกลองหรือเมโทรนอม ช่วยให้การซ้อมสนุกมากขึ้น

        ฟังก์ชั่นและวิธีการใช้งาน

        ฟังก์ชั่นที่ Mooer Ge200 ตัวนี้ให้มานั้นค่อนข้างจะครอบคลุมการใช้งานมากกว่า Ge100 แต่ก็จะมีความซับซ้อนที่มากกว่า เราจะเริ่มกันทีละอย่าง

        Value : อย่างที่บอกว่าปุ่ม value นี้มีไว้หมุนและเลือกปรับค่าต่าง เช่น ถ้าเราจะปรับเอฟเฟค FX/Comp ให้เรากดไปที่ปุ่มเอฟเฟค FX/Comp ให้เราหมุนปุ่ม Value เพื่อเลือกชนิดเอฟเฟคที่ต้องการ โดยสังเกตุจากไฟสีเหลืองที่หน้าจอแสดงผล เมื่อเลือกเอฟเฟคที่ต้องการได้แล้วให้เรากดปุ่มอีกครั้่ง จากนั้นหมุนเพื่อเลือกการปรับค่าต่างๆและกดปุ่ม value อีกครั้งถ้าต้องการปรับค่าอื่นๆ ฟังก์ชั่นของปุ่ม value หลักๆก็จะเป็นประมาณนี้

        Play : ปุ่มนี้จะเป็นปุ่มสแตนบายสำหรับการใช้งานต่างๆ หรือสำหรับกลับมาหน้าหลัก

        System : ปุ่มนี้จะเป็นการตั้งค่าต่างๆ โดยจะมีฟังก์ชั่นพิเศษที่เอฟเฟคตัวนี้ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้นด้วย ฟังก์ชั่นต่างๆการตั้งค่าจะมีทั้งหมด 6 ฟังก์ชั่น

        • Input Level เป็นตัวกำหนดค่า input ว่าต้องการมากน้อยแค่ไหน
        • Screen  จะเป็นการกำหนดความสว่างของหน้าจอแสดงผล
        • USB Audio คือการโหมดที่ใช้สำหรับซาวด์การ์ด ที่สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ Left out และ Right out เป็น Dry หรือ Effect และยังเลือกปรับ REC Vol. กับ Play Vol. ได้อีกด้วย
        • Cab Sim Thru ฟังก์ชั่นนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเอฟเฟคตัวนี้ เพราะสามารถเลือกเปิดและปิด cab sim จาก left out และ right out ได้อิสระ เช่น ถ้าเราใช้งานโดยการต่อตรงเข้ามิกซ์เซอร์หรือซาวด์การ์ด เราก็สามารถเปิด cab sim ได้เลยโดยเลือกเป็น on แต่ถ้าเราต่อเข้าหน้าตู้แอมป์หรือเข้า Sent-Return ของตู้ เราก็ปิด cab sim โดยเลือก thru ทั้ง Left และ Right แต่ถ้าเราต้องการเปิดทั้งแบบในเวลาเดียวกันเอฟเฟคตัวนี้ก็สามารถทำได้ เช่น ถ้าเราต้องการต่อเข้ามิกซ์เซอร์ใน output ที่ 1 เราก็ on cab sim ไว้ ส่วนอีก output ที่เหลือเราก็ต่อเข้าตู้แอมป์และปิด Cab sim ไว้เลือกไปที่ thru เท่านี้เราก็จะได้เสียงที่ออกจากมิกซ์และแอมป์ในคุณภาพที่ดี
        • FS Mode ฟังก์ชั่นนี้เป็นอีกจุดเด่นสำคัญของเอฟเฟคตัวนี้ ซึ่งจะเป็นเปลี่ยนค่า Foot switch ซึ่งจะมีให้เลือก 2 โหมด ในโหมดที่ 1 นั้นจะเป็นการเลือกพรีเซ็ตแบบ ขึ้น ลง หรือจาก 1 ไป 2 แบบปกติ แต่ในโหมดที่ 2 จะเป็นการควบคุมฟุตสวิตซ์ให้เลือกพรีเซ็ทได้โดยที่ไม่ต้องผ่านพรีเซ็ทที่ไม่ต้องการ เช่น ถ้าเราใช้พรีเซ็ทที่ 1 อยู่แต่ท่อนต่อไปต้องการจะใช้พรีเซ็ทที่ 5 สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เหยียบปุ่ม up จากพรีเซ็ทที่ 1 ไปจนถึงพรีเซ็ทที่ 5 ซึ่งที่เป็นปัญหาคือเราจะต้องผ่านเสียงจากพรีเซ็ทที่ 2-4 ซึ่งจะทำให้เกิดอาการสะดุดของเสียง ฟังก์ชั่น fs นี้ออกแบบมาเพืื่อแก้ปัญหานี้ วิธีการคือ เมื่อเราเปิดโหมดที่ 2 จะเป็นการเลือกพรีเซ็ทที่เราต้องการไว้ได้ก่อน เช่น ถ้าเราใช้พรีเซ็ทที่ 1 แล้วต้องการใช้พรีเซ็ทที่ 5 เราสามารถเหยียบปุ่ม up ไปที่พรีเซ็ทที่ 5 ได้ก่อน โดยที่เสียงยังอยู่ที่พรีเซ็ทที่ 1 และเมื่อถึงท่อนเพลงที่ต้องใช้พรีเซ็ทที่ 5 ก็แค่เหยียบปุ่ม Ctrl/tap เพื่อเป็นการ enter ว่าเราจะเลือกใช้พรีเซ็ทที่ 5 ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ดีมากสำหรับเอฟเฟคที่มีฟุตสวิตซ์แค่สองตัว ช่วยให้เสียงไม่สะดุด มีความไหลลื่นมากขึ้น
        • Reset ปุ่มนี้จะเป็นปุ่มคืนค่าการเซ็ทอัพของโรงงาน ถ้าเราต้องการล้างค่าต่างๆที่เราปรับไว้ให้กลับไปเป็นค่าเซ็ทอัพจากโรงงาน ก็แค่กด Yes ในโหมด Reset นี้

        Save : ฟังก์นี้จะเป็นการเซฟเมื่อเราปรับค่าต่างๆตามพรีเซ็ทที่เราต้องการเรียบร้อยแล้ว สามารถตั้งชื่อได้และหมุนเลือกพรีเซ็ทที่ต้องการจะเซฟได้ตามใจชอบ

        Chain : ฟังก์ชั่นนี้เป็นฟังก์ชั่นทีเด็ดทีอย่างของ ge200 เพราะเป็นฟังก์ชั่นที่แสดงภาพการเรียงของเอฟเฟคที่เราปรับไว้แต่ละพรีเซ็ท โดยกราฟจะเป็นการเรียงแบบเอฟเฟคก้อน โดยสังเกตุได้จากเส้นสีเทาในหน้าจอที่จะเริ่มจากลูกศรและส่งไปที่เอฟเฟคตัวแรก เรายังสามารถเลือกเปิดปิดเอฟเฟคก้อนที่เราไม่ใช้ และสลับที่เอฟเฟคได้ด้วยโดยการกดปุ่ม value และหมุนไปยังตำแหน่งที่เราต้องการได้อิสระ แต่การใช้งานอาจจะต้องเข้าใจเรื่องการเรียงเอฟเฟคสักนิดนึง เช่น ถ้าเราต้องการจะใช้เสียงคลีนและใช้ preamp และ cab จากเอฟเฟค และต้องการจะใช้เอฟเฟค delay กับ reverb เราควรจะรู้ว่าจะต้องวางไว้หลัง preamp และ cab หรือเรียกว่าการต่อ sent – return แต่ถ้าเราต้องการต่อเข้าหน้าตู้ปกติก็ควรจะปิด preamp และ cab เพื่อ preamp จะได้ไม่ชนกัน ซึ่งจะทำให้เสียงบี้

        Ctrl/Tap : ฟังก์ชั่นนี้เป็นอีกฟังก์ชั่นเด่นของเอฟเฟคตัวนี้ โดยฟังก์ชั่นนี้จะมีสองโหมดคือ Ctrl และ Tap

        • Ctrl ในส่วนของ Ctrl นี้จะเป็นการตั้งค่าเปิดปิดเอฟเฟคในพรีเซ็ทที่เพิ่มขึ้นมาจากการตั้งค่าแบบปกติ หรือเป็นการเพิ่ม layer ให้กับพรีเซ็ท เช่น ถ้าเราตั้งพรีเซ็ทที่ 1 เป็นเสียงคลีนสำหรับตีคอร์ด แต่ในท่อนโซโล่เราต้องการเพิ่มเสียงแตกอ่อนๆกับดีเลย์ เราก็กดที่ปุ่ม Ctrl/tap และเลือกโหมด Ctrl จากนั้นก็เลือกเปิด DS/OD และ Delay เมื่อถึงท่อนที่เราใช้ก็แค่เหยียบ Ctrl/Tap แต่ในทางกลับกัน ถ้าพรีเซ็ทที่เราตั้งไว้ เปิดเอฟเฟคแฟรงเจอร์ไว้สำหรับท่อน intro แต่ในท่อนคอรัสเราต้องการปิดแฟรงค์เจอร์และเปิดเอฟเฟคดีเลย์ก็สามารถทำได้ครับ โดยการเลือกที่ mod และ delay อธิบายง่ายๆคือ เอฟเฟคไหนที่เราเปิดไว้อยู่แล้วในพรีเซ็ทการเลือก Ctrl จะเป็นการปิดเอฟเฟคตัวนั้น แต่เอฟเฟคไหนที่ปิดเซ็ทไว้ในพรีเซ็ทการเลือก Ctrl จะเป็นการเปิดเอฟเฟคตัวนั้น
        • Tap โหมดนี้จะเป็นการเปิดฟังก์ชั่น Tap Tempo ในเลเยอร์ที่ 2 สำหรับการควบคุม Time delay

        EXP : ฟังก์ชั่นนี้จะเป็นการเซ็ทค่า exp pedal โดยสามารถเซ็ทได้ว่าจะให้ pedal นี้ทำงานเป็นตัวควบคุมค่าต่างๆของเอฟเฟค เช่น gain , rate หรือ EQ ต่างๆ หรือจะให้มันเป็น Foot Volume ควบคุมแต่โวลุ่ม หรือจะเปิดการใช้งานทั้งสองอย่างก็ได้ เมื่อเราก็เข้าไปที่ปุ่ม EXP จะเจอคำว่า EXP , EXP2 ซึ่ง EXP2 จะเป็นการปรับสำหรับเวลาที่เราต่อพ่วง EXP อีกตัว แต่ถ้าเราไม่ได้ต่อ EXP2 ก็จะไม่ทำงาน และ EXP VOL Pedal จะเป็นการปรับใช้ Foot Volume ซึ่งจะเป็นค่า off อยู่ ถ้าเราต้องการให้ Exp นี้ทำหน้าที่เป็น foot volume ก็ให้ปรับที่ EXP VOL Pedal จาก off ให้เป็น EXP

        สำหรับฟังก์ชั่น EXP นั้นถ้าเรากดเข้าไปก็จะเจอกับ 3 โหมด คือ Function , Calibrate , Merge

        • Function สำหรับโหมดนี้จะเป็นการเลือกว่าเราต้องการให้ EXP pedal ควบคุมค่าอะไร เช่นเราต้องการให้มันคุมค่า Gain ของ Amp เราก็เลือกที่ amp และ เลือกไปที่ gain เท่านี้ก็จะเป็นการใช้ Exp ควบคุม gain จากแอมป์แล้ว หรือแม้แต่ค่า feedback ในดีเลย์ หรือใช้งานมันเอฟเฟค wah wah ปกติก็ได้
        • Calibrate ฟังก์ชั่นนี้จะเป็นการกำหนดค่าน้ำหนักในการเหยียบเพื่อเพื่อเปิดการใช้งาน EXP เช่นถ้าเราตั้ง pedal ให้เป็น foot volume ตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการจะใช้ EXP สำหรับการควบคุมค่าเอฟเฟคต่างที่เราตั้งไว้ เราจะต้องเหยียบ pedal ไปข้างหน้า 1 ครั้ง เหมือนกับเป็นการเปิดสวิตซ์การใช้งาน ฟังก์ชั่น Calibrate นี้จะเป็นตัวกำหนดน้ำหนักที่เราจะเหยีบบเพื่อเปิดการใช้งาน เพราะบางคนเป็นคนตัวเล็กน้ำหนักเท้าอาจจะไม่มาก ก็สามารถตั้งแรงกดไว้ตามที่ตัวเองถนัด หรือมือกีต้าร์ที่ตัวใหญ่เท้าหนัก ก็สามารถปรับน้ำหนักเท้าที่จะเปิดการใช้งานได้ตามถนัด วิธีการเซ็ทก็ไม่ยากให้เรากดเข้าไปที่ฟังก์ชั่น calibrate จากนั้นจะเห็นว่าหน้าจอจะมีภาพขึ้นมา 3 ภาพ คือ Min Max และ Press ให้เราเหยียบ pedal ลงตามภาพแรกก่อน คือ MIN และกดปุ่ม Value จากนั้นให้เหยียบ pedal ไปให้ไปให้สุดตามภาพ MAX จากนั้นกด Value สุดท้ายให้เราเหยียบ pedal ไปให้สุดตามน้ำหนักเท้าที่เราถนัดตามภาพ PRESS เท่านี้ก็จะเป็นการตั้งค่าการใช้งาน EXP แล้ว เมื่อตั้งค่าแล้วให้เราลองเหยียบ pedal ในน้ำหนักที่เราตั้งไว้จะเห็นว่าไฟที่คำว่า EXP จะติดขึ้นมา นั้นเท่ากับเรากำลังใช้ฟังก์ชั่น EXP อยู่ ถ้าเราสังเกตุจากหน้าจอโหมด Play ที่มุมขวาบนจะเห็นได้ว่า EXP นั้นควบคุมค่าอะไรของเอฟเฟคตัวไหน ฟังก์ชั่นนี้ถือเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานหลายรูปแบบ
        • Merge ฟังก์ชั่นนี้จะเป็นการตั้งค่าว่าจะให้ pedal คุมค่าเอฟเฟคอะไร และสามารถควบคุมความกว้างของค่านั้นได้ด้วย เช่น ถ้าเราต้องการจะให้ pedal ควบคุม ค่า gain และ tone ในเอฟเฟค distortion แต่ต้องการควบคุมค่า gain ตั้งแต่ 0-50 และต้องการคุม tone ตั้งแต่ 40-90 เราก็สามารถทำได้ วิธีคือ ให้เรากดเข้าไปที่ EXP และ Merge จากนั้นจะเจอหน้า Merge Tutorial ให้เรากด value จากนั้นจะเป็นเข้าสู่หน้าปรับตั้งค่าเอฟเฟค ให้เราเลือก DS/OD และเลือกเอฟเฟคที่เราต้องการ  และไปที่ค่า gain เริ่มจากให้เรายก pedal ขึ้นมาให้สุด และกด value 1 ครั้ง เพื่อกำหนดค่าต่ำสุดที่เราต้องการ ในที่นี้คือ 0 เมื่อได้ค่าต่ำสุดแล้วให้กด value อีกครั้ง จากนั้นกด pedal ลงไปให้สุด และกดปุ่ม value อีกครั้ง เพื่อกำหนดค่าสูงสุดที่เราต้องการ เท่านี้ก็จะได้ค่า gain ที่เราต้องการ ถ้าลองเหยีบบ pedal ดูก็จะเห็นค่า gain เคลื่อนไปตามเท้าที่เราเหยียบ pedal

        รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

        Tuner : วิธีการใช้จูนเนอร์สำหรับเอฟเฟคตัวนี้ก็ง่ายๆเพียงแค่กดปุ่ม Down-Up พร้อมกัน สังเกตุได้จากระหว่างปุ่มเหยียบ 2 ปุ่มจะมีคำว่า Tuner เมื่อตั้งเสร็จให้เรากดปุ่ม Down หรือ Up หนึ่งครั้งก็จะเป็นการออกจากโหมดจูนเนอร์

        Looper : เอฟเฟคตัวนี้จะมีฟังก์ชั่น Looper สำหรับการฝึกซ้อมส่วนตัว ที่สามารถในร่วมกับฟังก์ชั่น Rhythm ได้ ลูปเปอร์อัดได้นาน 52 วินาที สามารถอัด dub ได้ไม่จำกัด วิธีการการใช้งานคือ เหยียบปุ่ม Up และ Ctrl/Tap พร้อมกัน เพื่อเข้าสู่โหมด Looper วิธีการใช้งานคือ ให้เหยียบปุ่ม Ctrl/Tap 1 ครั้ง พร้อมเริ่มเล่นเพือเป็นการอัด เมื่ออัดจนครบรอบแล้วให้เหยียบปุ่มเดิมซ้ำอีกครั้งก็จะได้เสียงเราอัดไว้วนเป็น loop สังเกตุได้จากหน้าจอแสดงผลจะแสดงแถบความยาวของเสียงที่เราอัดลงไป ถ้าต้องการอัดเสียงเพิ่มหรือทับลงไปให้เหยียบปุ่ม Ctrl/Tap 1 ครั้ง เมื่ออัดเสร็จให้เหยียบปุ่มเดิมซ้ำอีกครั้ง ถ้าต้องการหยุดเสียงทีีเราอัดให้เหยียบปุ่ม Ctrl/Tap 2 ครั้ง แต่ถ้าต้องการจะลบเสียงที่อัดให้เราเหยียบค้างไว้สักครู่เพื่อเป็นลบ นอกจากนี้ยังสามารถปรับโวลุ่ม Rec และ Play ได้ด้วย และยังมีฟังก์ชั่น Reverse และ Half Speed มาให้ด้วย

        สำหรับด้านหลังของเอฟเฟค มากับ 1 Input , Out put L,R สำหรับต่อ stereo มีช่องต่อ Aux in สำหรับต่อโทรศัพท์เพื่อซ้อม มีช่อง EXP2 สำหรับต่อ EXP Pedal เพิ่ม มีช่องต่อหูฟัง และช่อง USB สำหรับการต่อเข้าคอมหรือซาวด์การ์ด อแดปเตอร์ที่ใช้จะเป็น DC 9V 600mA ซึ่งมีมาให้กับสินค้าอยู่แล้ว ที่ฐานเอฟเฟคมียางรองเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและกันรอยขูดขีด วัสดุเป็นเหล็ก ทนทาน แข็งแรง เป็นมัลติเอฟเฟคที่อัพเกรดตัวเองแบบก้าวกระโดด เพื่อความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

        รีวิว มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย

        เสียงดีไหม

        พี่เต่าบอกเลยว่ามันเป็นมัลติเอฟเฟคที่ออกมาเพื่อท้าชนกับเอฟเฟคมัลติรุ่นใหญ่ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว เพราะเนื้อเสียงที่เข้าจำลองนั้นทำออกมาได้ดีมากๆ โดยเฉพาะทีเด็ดคือ Preamp ที่จำลองเนื้อเสียงได้ค่อนข้างดี ได้คาแรคเตอร์ของหัวแอมป์จริงๆ หรือจะเป็นเอฟเฟคก้อนที่จำลองมามากมาย ก็ทำได้ดี โดยเฉพาะโอเวอร์ไดร์ต่างๆที่ให้ไดนามิกซ์เหมือนเอฟเฟคก้อนจริงๆ และในอนาคตสามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆจากทาง Mooer ได้อีกด้วย รวมถึงฟังก์ชั่นพิเศษอื่นๆที่ได้กล่าวมา ทำให้มันเป็นมัลติเอฟเฟคที่น่าจับตามองมากๆ

        สเปค (Specification)

        • รุ่น : Ge200
        • พรีเซท : 200 พรีเซท
        • ฟังก์ชั่น : Play , Save , System , Chain , Ctrl/Tap , EXP , Rhythm , Loop
        • Effect : 55 Preamp & 26 Cab sim , 20 DS/OD Stomp Box , Etc.
        • พลังงาน : 9V DC หรือใส่ถ่าน 2A จำนวน 4 ก้อน
        • ช่องเสียบ : 1 Input , Out put L,R , Aux in , USB , EXP2 , Headphone , DC9V

        จุดเด่น

        • มี Preamp คุณภาพสูงให้เลือกมากถึง 55 แบบ
        • คุณภาพเสียงดี
        • มีฟังก์ชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานมากมาย
        • ใช้งานง่าย

        ราคาสินค้า

        • เอฟเฟคมัลติกีต้าร์ไฟฟ้า (Multi Effect Electric Guitar) Mooer รุ่น Ge200 จากราคา 11,000.- ลดเหลือเพียง 9,500.-

        ของแถม

        • อะแดปเตอร์ 9 โวลท์
        • สาย USB 1 เส้น
        • ประกันวงจร 1 ปี (ประกันศูนย์)
        • ค่าจัดส่ง ฟรี!!

        เหมาะสำหรับ

        • ผู้ที่มองหามัลติเอฟเฟคที่จำลอง Preamp และเสียงเอฟเฟคต่างๆมากมาย
        • มืออาชีพที่ต้องการมัลติเอฟเฟคที่ให้คุณภาพเสียงสูง
        • มือใหม่ที่ต้องการมัตลิเอฟเฟคที่คุณภาพดี สำหรับการเริ่มต้น

        เอฟเฟคมัลติกีต้าร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 ดีไหม

        จากเสียงเอฟเฟคและฟังก์ชั่นต่างๆที่เราได้รีิวิวกันไปอย่างละเอียดแล้ว ต้องบอกว่ามันเป็นมัลติเอฟเฟคที่ค่อนข้างเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว มีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ถ้าเทียบกับมัลติเอฟเฟคตัวอื่นๆ มันก็ยังเป็นมัลติเอฟเฟคที่ใช้ง่าน ทำความเข้าใจได้ง่ายอยู่ดี เหมาะที่จะเป็นมัลติเอฟเฟคคู่ใจของมืออาชีพ หรือแม้แต่จะใช้ Preamp ของเอฟเฟคตัวนี้ในงานอัดเสียง ก็ได้คุณภาพที่ดีมาก พี่เต่าบอกเลยว่ามัลติเอฟเฟคตัวนี้นั้น มันพัฒนามาจาก Ge100 แบบ “ไม่เห็นฝุ่น” เลยทีเดียว เรียกว่าเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่รอให้คุณมาพิสูจน์ ใครที่สนใจสามารถมาลองได้ที่ร้านเต่าแดง หรือใครที่สงสัยอะไรก็สามารถสอบถามเข้ามาได้ที่เฟสบุ๊คร้านเต่าแดงได้เลย พี่เต่าบอกคำเดียวว่ามันเป็นมัลติเอฟเฟคที่ โครตคุ้มแห่งปี!!

        ซื้อ มัลติเอฟเฟคกีตาร์ไฟฟ้า Mooer Ge200 ที่ไหนดี

        ร้านเต่าแดง อยู่จังหวัดนครปฐุม ทางร้านมีบริการจัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้านท่าน ค่าจัดส่ง ฟรี!!

        สั่งซื้อสินค้า กับ เต่าแดง หรือ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ คลิกเลย!!

        1.มาซื้อสินค้าด้วยตัวท่านเอง ที่ร้าน เต่าแดง อยู่แถว ม.ศิลปากร นครปฐม

        2.สอบถาม/สั่งซื้อสินค้า Facebook ► https://www.messenger.com/t/taodang/

        3.Line Official ► @taodang อย่าลืมตัว @ นะครับ หรือ ที่ลิ้งนี้ http://line.me/ti/p/%40taodang

        4.Tel ►097-017-9500 www ►https://taodangmusic.com/

        5.ดูรูปเครื่องดนตรีเพลิน Instagram ► https://www.instagram.com/taodang/

        6.Facebook ร้าน เต่าแดง ► https://www.facebook.com/taodang/

        7.Twich เต่าแดง► https://www.twitch.tv/taodangmusic

        8.BLog สาระเกี่ยวกับดนตรี ความรู้ บทเรียน สอนดนตรี แบบฟรี ๆ ►http://blog.taodangmusic.com

        9.คลิปรีวิว สาระเกี่ยวกับดนตรีีีีีีีีีีีีีีีีี รับชมได้ที่ Youtube ► https://www.youtube.com/user/AIBluesoda

        ตำแหน่งร้าน เต่าแดง คลิกเลย !!

        https://goo.gl/maps/CywdiJjnyxz


        Quick Navigation

        มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า ยังมีรุ่นอื่นๆอีกน่ะ เดี๋ยวพี่เต่าพาไป

         

         

         

         

        Facebook Comments
        [do_widget "WP Subscribe Widget"]

        Related posts: